
ท่ามกลางกระแสตื่นตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และวิกฤตพลังงาน ทั่วโลกต่างตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาพลังงานทดแทน สถาบันการเงินที่สนับสนุนโครงการพัฒนาต่างๆ ด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างให้ความสำคัญในเรื่องนี้
เพื่อแสดงความร่วมมือในการลดภาวะโลกร้อน ช่วงนี้เราจึงมักได้ยินคำว่า “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” (Carbon Footprint: CF) กันบ่อยขึ้น แล้วมันคืออะไร... คือ ฉลากคาร์บอนบนผลิตภัณฑ์หรือภาชนะบรรจุ ที่แสดงถึงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ จากวงจรการผลิตสินค้าและบริการ ครอบคลุมตั้งแต่การได้มาของวัตถุดิบ การแปรรูป กระบวนการผลิต การขนส่งต่อไปยังร้านค้าปลีก สู่มือผู้บริโภค รวมถึงการใช้และการกำจัดในขั้นสุดท้าย ที่ผู้ขายปลีกให้ความสำคัญและเป็นนโยบายการจัดซื้อที่ต้องมี CF หรือ รอยเท้าคาร์บอน หรือบางท่านเรียก Carbon Profile โดยคาดหวังว่าผู้บริโภคจะใช้ข้อมูลจากฉลากในการพิจารณาตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ กระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดการค้าสากล ต่างประเทศมีการใช้สัญลักษณ์นี้กันแล้ว เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น และ เกาหลี เป็นต้น
นอกจากนี้ประเทศเหล่านี้ยังเรียกร้องให้สินค้านำเข้าจากต่างประเทศต้องแสดงสัญลักษณ์คาร์บอนฟุตพริ้นท์บนผลิตภัณฑ์ด้วย กลุ่มบริษัททีม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ตระหนักและให้ความสำคัญพร้อมขยายงานด้านนี้
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัททีม ยังมีความมุ่งมั่นที่จะขยายงานด้านธุรกิจเกี่ยวเนื่องและธุรกิจต่างประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ขององค์กร โดยล่าสุดคณะผู้บริหารได้เดินทางไปประเทศจีนเพื่อแสวงหาพันธมิตรที่มีความชำนาญในนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียนตามธรรมชาติ (Renewable Energy) ที่สะอาด และพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจด้านพลังงานทางเลือก พร้อมนำเสนอบริการสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งกลุ่มบริษัททีม มีเป้าหมายที่จะขยายการบริการออกสู่ต่างประเทศใน 5 โซน ได้แก่ โซนประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม โซนประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย โซนเอเชียใต้ ได้แก่ศรีลังกา ภูฐาน เนปาล อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ โซนประเทศจีน และโซนประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้แก่ อเมริกา และยุโรป
ทีมของเรา ฉบับนี้จึงขอนำเสนอโครงการด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ที่เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้เป็นที่ปรึกษา จำนวน 4 โครงการ ได้แก่
โครงการออกแบบรวมก่อสร้างระบบพืชชุ่มน้ำเทียม |
| เจ้าของงาน: |
บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด |
| ผู้ดำเนินการ: |
บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด
บริษัท จัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม จำกัด
มหาวิทยาลัยขอนแก่น |
ระยะเวลาดำเนินการ: |
เมษายน – กันยายน 2553 |
 |
|
 |
ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มโดยทั่วไปแล้วจะก่อให้เกิดน้ำเสียปริมาณมาก ที่ผ่านมาโครงงานของบริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด ได้มีการนำน้ำเสียที่ผ่านระบบน้ำเสียของโรงงานส่งไปหล่อเลี้ยงนาข้าวแต่กลับไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด และบริษัท จัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้เสนอแนวคิดเปลี่ยนจากแปลงนาข้าวเป็นระบบพืชชุ่มน้ำเทียม (Constructed Wetland) โดยรับน้ำเสียที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานปริมาณ 2,700 ลบ.ม./วัน มาบำบัดต่อด้วยระบบพืชชุ่มน้ำเทียม เพื่อให้สามารถลดปริมาณไนโตรเจนและฟอสฟอรัสลงอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนจะนำน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบพืชชุ่มน้ำเทียมนี้ ส่งไปใช้ในสนามกอล์ฟต่อไป นอกจากประโยชน์ในการบำบัดน้ำเสียแล้ว พืชชุ่มน้ำเทียม เช่น กกกลม ธูปฤๅษี ยังสามารถนำไปใช้ในการทำเครื่องจักสาน ทำเยื่อกระดาษ ดอกไม้ประดิษฐ์ และประดับเพื่อความสวยงามอีกด้วย
|
1 | 2 >>> |